รีวิวหลัง MobileGO ปิดการระดมทุน

หลังจากที่ทาง MobileGO ปิดการระดมทุนไปเมื่อวันที่ 24 พ.ค.2560 และสามารถระดมทุนไปได้มากถึง 53 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1,590 ล้านบาท!!!

ยอดสรุปการระดมทุน

ด้วยตัวเลขการะดมทุนที่มากในระดับพันล้านบาทนี้ ผมรู้สึกตื่นเต้นร่วมไปกับทาง MobileGO และรู้สึกว่า เดี๋ยวนี้การะดมทุน โดยที่ไม่ต้องออกมาทำ Road show นั้นมีจริง และสามารถทำได้ดีไม่แพ้การทำ Road show เลยทีเดียว

จริงๆแล้วการระดมทุนระดับร้อยล้าน พันล้านบาทนั้นเคยเกิดขึ้นมาแล้วกับ Decent หรือ Iconomi เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดตอกย้ำให้เราเห็นว่า หากเรามีโปรเจ็คที่ดี มีนวัตกรรมที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงโลก และมีขั้นตอนการนำเสนอที่ดี ก็สามารถระดมทุนได้สำเร็จ

ปัจจัยที่ให้การระดมทุนสำเร็จ

ผมคิดว่าถ้าดูปัจจัยที่ทำให้การระดมทุน MobileGO สำเร็จ คิดว่าสิ่งต่อไปนี้น่าจะเป็นเหตุผลสำคัญเลยครับคือ

1.ความสำเร็จจากโปรเจ็ค GameCredits

ทางผู้ระดมทุนนั้นเคยทำโปรเจ็คมาก่อนแล้วนั่นคือ GameCredits ซึ่งในโปรเจ็คดังกล่าว สามารถสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนได้เป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถทำโปรเจ็คเกมส์ที่มีการเชื่อมโยงระบบ Payment เข้ากับระบบ Blockchain รวมทั้งระบบแต้มต่างๆ

ซึ่งในช่วงของ Q2 ของปี 2017 ทาง Gamecredits จะเปิดให้มีการดาวน์โหลดและเล่นเกมส์ได้แล้ว สำหรับราคาของ Gamecredits นั้นพุ่งตัวสูงขึ้นนับจากวันเปิดตลาดคือ จากราคา 0.00000003 BTC (0.01 ดอลล่าร์) มาเป็นราคา 0.00129053 หรือ 3.14 ดอลล่าร์!!

หรือกล่าวได้ว่า ราคา + มากว่า 3,140%!!!!

ราคาของเหรียญ GameCredits วันที่ 25/5/2560

ด้วยตัวเลขของความสำเร็จนี้เอง ทำให้เมื่อพัฒนาโปรเจ็คที่ 2 นักลงทุนดิจิตอลจึงเกิดความมั่นใจ และเลือกที่จะลงทุนกับ MobileGO กันอย่างมหาศาล

2.นวัตกรรม MobileGO ที่น่าสนใจ

เราต้องยอมรับครับว่า อุตสาหกรรมเกมส์นั้นได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉฑาะมูลค่าของเกมส์ในมือถือ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ทาง MobileGO หันมาพัฒนาแพลตฟอร์มเกมส์บนมือถือ ด้วยความลงตัวนี้เอง บวกกับความน่าเชื่อถือในข้อแรก ทำให้การตัดสินใจลงทุนเป็นเรื่องง่ายทันที!

3.ช่องทางการ Payment เพื่อการระดมทุนหลากหลาย

MobileGO เปิดให้นักลงทุน สามารถเลือกลงทุนได้ผ่านทางเหรียญดิจิตอลที่หลากหลาย ทั้ง Bitcoin, Ethereum,Gamecredits,waves,antshares ซึ่งการระดมทุนโดยใช้เหรียญเหล่านี้ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่ส่งผลให้ราคาของเหรียญเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้นด้วย

ดังนั้นหากในอนาคตเราต้องพิจารณา ICO ตัวไหนขึ้นมาอีก สิ่งสำคัญที่สุดเลยคือ การมองหานวัตกรรมที่มีโอกาสสูงที่จะได้รับการยอมรับ และผู้ที่ระดมทุนนั้นมีประวัติการระดมทุนและทำโปรเจ็คมาก่อนหรือไม่

ผมคิดว่าสิ่งนี้จะเป็นเคล็ดลับที่ดีเลยสำหรับนักลงทุนดิจิตอลทุกๆคนครับ

สิ่งที่ผมได้รับ ณ ตอนนี้

โดยส่วนตัวแล้วผมซื้อหุ้น MobileGO ไว้ที่ราคาเงินบาทคือ 100,000 บาทครับ โดยได้รับบิตคอยน์ ณ วันนั้นคือ 2.63  BTC แต่วันที่ปิดตลาด มูลค่าของเงินลงทุนของผมเพิ่มขึ้นเท่าตัวเลยครับกลายเป็น 244,357 บาท ซึ่งเป็นผลมาจากราคาบิตคอยน์ที่เพิ่มขึ้น

ซึ่งหลังจากผิดโปรเจ็คทางผู้พัฒนาแจ้งว่าจะใช้เวลาอีกเล็กน้อย (น่าจะประมาณ 2-4 สัปดาห์) เพื่อดำเนินการสรุปเหรียญ Token พร้อมโบนัส และจัดส่งข้อมูลให้รับทราบพร้อมกันทางอีเมล์

เรามารอดูกันครับว่าราคาของ MobileGO นั้นจะไปจบที่เท่าไหร่ และผมในฐานะของนักลงทุนดิจิตอลนั้น จะได้รับผลลัพธ์เป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยก็อุ่นใจได้ว่า หากขาดทุนอย่างไร อย่างน้อยขายออกมาก็คงได้กำไรในส่วนของต้นทุนอยู่บ้างเช่นกัน!

รีวิวเหรียญ Patientory (Blockchain-secured medical records)

สัญลักษณ์ของเหรียญ  Patientory: PTOY

วันเปิด-ปิดการระดมทุนเหรียญ: 30 พ.ค. – 26 มิ.ย. 2560

ภาพรวมของเหรียญ

ข้อมูลต่างๆของผู้ป่วย จะถูกจัดเก็บเป็นข้อมูลทางการแพทย์แบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเรียกว่า ERM โดยข้อมูลนั้นจะถูกสร้างบนเครือข่ายฐานข้อมูล Etheteum

ซึ่งในหลายๆประเทศ โดยเฉพาะที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประวัติทางการแพทย์ของผู้ป่วยทุกคนจะถูกเก็บเป็นความลับ และอยู่ในกฎหมายหลักประกันสุขภาพ HIPPA พ.ศ.2539 โดยส่งผลให้แพทย์ หรือบริษัทที่จัดเก็บข้อมูลทางการแพทย์ ต้องรับผิดชอบต่อการรั่วไหลของข้อมูลผู้ป่วย

เหรียญ Patientory จะเข้าไปทำหน้าที่ที่สอดคล้องกับกฎหมาย HIPPA โดยมีการกำหนดรหัสในการเข้าถึงข้อมูล เพื่อทำการปกป้องการรั่วไหลของข้อมูลผู้ป่วย

ข้อมูลของผู้ป่วยจะถูกจัดเก็บในรูปแบบของสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเข้ารหัส และมีคีย์ลับส่วนตัว เฉพาะของผู้ป่วยที่สามารถเข้าไปอ่านได้

ภาพแสดง Patientory ได้รับรางวัล SEMDA2017 ด้านการปรับปรุงระบบสุขภาพด้วยการใช้เทคโนโลยี Blockchain

ประโยชน์ของเหรียญโดยสรุป

  1. เป็นประโยชน์ในการเชื่อมต่อข้อมูลและถ่ายโอนข้อมูลทางการแพทย์
  2. Patientory ต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแพทย์และผู้ป่วย โดยเฉพาะในเรื่องข้อมูลการรักษา

บทวิเคราะห์

เหรียญ Patientory ถือเป็นเหรียญที่แตกต่างจากเหรียญอื่นๆที่มีการทำ ICO กล่าวคือ ประโยชน์ของการนำไปใช้ โดยนำไปใช้กับวงการแพทย์ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญครับ

เพราะไม่ว่ากฎหมายประเทศไหนก็ตาม ต่างมีข้อบังคับ และข้อกำหนดในเรื่องของการรักษาความลับของคนไข้ ซึ่งหากไม่ทำการปกปิดไว้ อาจก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมเช่นการข่มขู่ หรือการนำข้อมูลไปประจานทำให้คนไข้นั้นๆได้รับความเสียหายได้

ดังนั้นเหรียญ Patientory นั้นจะเข้าไปแก้ปัญหาตรงจุดนี้เลยครับ ด้วยการมอบรหัสพิเศษที่สามารถสร้างได้หลักหลายจากคนไข้ เพื่ให้แพทย์ผู้รักษาสามารถเข้าไปค้นข้อมูลต่างๆได้ และตัวข้อมูลนั้นต่างเก็บไว้ในระบบ Blockchain ทำให้ข้อมูลนั้นปลอดภัย เป็นหนึ่งเดียว และไม่สูญหาย

ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนทั่วโลกจึงให้ความสนใจในโปรเจ็คดังกล่าว และมองเห็นอนาคตว่า หากผู้พัฒนานำโปรเจ็คเหรียญ Patientory ไปทำให้เกิดผลจริง น่าจะช่วยปฏวัติวงการแพทย์ได้ และมีผลอย่างยิ่งต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาคนไข้ในอนาคต

Chrissa McFarlane, ผู้ก่อตั้งโปรเจ็ค อธิบายโปรเจ็คต่อผู้ร่วมงาน

จุดเสี่ยงของโปรเจ็คเหรียญ Patientory

1.นวัตกรรมเหรียญ Patientory อาจไม่ได้รับการยอมรับจากโรงพยาบาล อันเนื่องมาจากความยากง่ายของการใช้นวัตกรรมตัวนี้ซึ่งยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมมากนัก

2.โอกาสในการเกิดการแพร่ของนวัตกรรมต่ำ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาเมื่อเข้าตลาดอาจไม่สามารถทำกำไรได้สูงมากนัก และอาจมีแรงเทขายเก็งกำไรเป็นระยะๆ

3.หากเหรียญ Patientory เข้าตลาดเร็วคือภายใน 15-20 วันแรก อาจทำให้ราคาดีดตัวได้ไม่ไกลนัก

แนวทางการลงทุนเหรียญ Patientory

1.เตรียมเงินเย็นของคุณให้พร้อมตามความเหมาะสมโดยนำเงินบาทแลกเป็นเหรียญ Ethereum ที่ bx.in.th (ต้องการแลกเหรียญคลิกที่นี่)

2.เข้าไปยังเว็บไซต์เหรียญ Patientory ก่อนเปิดระดมทุน จากนั้นกรอกข้อมูลเพื่อรับข่าวสารที่เป้นประโยชน์จากเว็บ

3.ควรลงทุนให้เร็วทีสุดเท่าที่จะทำได้ หมายถึงให้ลงทุนในวันที่มีการเปิด ICO ทันที ซึ่งจะส่งผลให้เราลดความเสี่ยงทางการเงินลงได้ 20% หากในวันที่เหรียญ Patientory เข้าตลาด แต่ราคาไม่ได้เปิดบวกอย่างที่ตั้งใจไว้

4.อย่าลืมว่าผู้เปิดโครงการอาจทำการปิดโปรเจ็คเมื่อใดก็ได้

5.ในวันที่โปรเจ็คเหรียญ Patientory ระดมทุนเสร็จ คุณสามารถเข้าไปเช็คข้อมูลที่ lique.io เพื่อแอบดูราคาที่มีการซื้อขาย OTC หากราคาเป็น + นั่นเป็นแนวโน้มที่ดีในการลงทุนของคุณ

6.คอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อเช็คว่าเหรียญมีการเข้าเทรดเมื่อใด และที่ตลาดใด

7.ตามกฎของการลงทุน ICO คุณจะต้องขายเหรียญ Patientory ทั้งหมดในวันแรกเพื่อมองหาเหรียญ ICO ตัวอื่นๆต่อไป

8.อย่าติดหุ้น อย่าติดเหรียญ ระลึกเสมอว่าเราเข้ามาเทรด ICO เพียงเพื่อต้องการ Super leverage เท่านั้น ไม่ได้ต้องการรักเหรียญ Patientory 

คำเตือน! แนวทางการลงทุนนี้เกิดจากประสบการณ์ของผู้เขียนเอง ผู้เขียนไม่ขอรับผิดชอบใดๆต่อผลลัพธ์ทั้งบวกและลบ และหากคุณตัดสินใจลงทุนนั่นแปลว่าคุณรับทราบความเสี่ยงในตลาด ICO แล้ว

รายละเอียดในการทำ ICO

ระยะเวลาเปิด-ปิด: 31 พ.ค. – 28 มิ.ย. 2560

ราคาเปิด: 385 PLOY ต่อ 1 ETH

วันเปิดเทรดเหรียญ: ภายหลังจากการจำหน่าย ICO เสร้จสิ้น

เป้าหมายการระดมทุนขั้นต่ำ: 5,000 ETH

เป้าหมายสุงสุดของการระดมทุน: ไม่มีการกำหนดไว้

วิธีการระดมทุน: ผ่าน Escrow ของ Tokenmarket

ระยะเวลาเปิดใช้งานผลิตภัณฑ์: ประมาณ 12 สัปดาห์หลังจากการทำ ICO เสร็จสิ้น

ระบบโบนัสการลงทุน:

  • ภายใน 10 วันแรกรับโบนัส  20%
  • ภายใน 10 วันถัดไปรับโบนัส 10%
  • หลังจากนั้น ไม่มีโบนัส

ข้อมูลจำเพาะอื่นๆ

เว็บไซต์: https://patientory.com/

บล็อก: https://patientory.com/blog/

ไวท์เปเปอร์ (WhitePaper): http://www.patientory.com/patientory_whitepaper.pdf 

เฟสบุ้ค (Facebook): https://www.facebook.com/patientory/

 

5 วิธีง่ายๆในการเลือกหุ้น ICO ในดวงใจสำหรับมือใหม่

หลังจากที่ผมได้ขายหุ้น WingsDAO ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วพร้อมกับเก็บกำไรกว่า 400% ไป ทำให้หลายๆคนนั้น PM มาถามผมเป็นจำนวนมากว่า เราจะมีแนวทางอย่างไรในการเลือกพิจารณาซื้อหุ้นดิจิตอล ICO

ผมคิดว่า “นี่เป็นคำถามที่ดีครับ” เพราะผมยอมรับว่า ขนาดเข้าไปค้นข้อมูลทั้งที่ BitcoinTalk แล้วตามเว็บไซต์เกี่ยวกับการลงทุนต่างๆ

ยังแทืบไม่พบข้อมูลด้านการลงทุนนี้เลย ดังนั้นผมคิดว่า คงต้องเอามาจากประสบการณ์ตรง ที่เราลงทุนมาแยกออกเป็นข้อๆดีกว่า

1.ตอบให้ได้ว่าหุ้น ICO ตัวนั้นๆมีหน้าที่อะไร

คำถามแรกที่ผมนำมาพิจารณาก่อนเลยคือ หุ้น ICO ตัวนั้นทำหน้าที่อะไร ถ้าเราตอบคำถามข้อนี้ไม่ได้ เรามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทันทีในการซื้อหุ้นตัวนั้น เพราะ เราจะไม่เห็นแนวโน้มของการใช้งานในอนาคต, โอกาสในการแพร่ของนวัตกรรม ดังนั้นต้องตอบให้ได้ชัดเจน

ตัวอย่างเช่น…

หุ้น ICONOMI มีหน้าที่ “นำเหรียญ ไปลงทุนในกองทุนเกี่ยวกับ Digital Asset ทั้งหมด รวมถึงผู้เสนอตัวขอทุนกับทาง ICONOMI เพื่อไปพัฒนาโปรเจ็คเหรียญดิจิตอล”

หุ้น BitCAD มีหน้าที่ “สร้างแพลตฟอร์มอัจฉริยะ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบธนาคาร ประกัน ตลาด Exchange การเงินของรัฐบาล ระบบการเสียภาษี”

ต้องตอบแบบนี้นะครับ ชัดๆ แล้วเราจึงจะพิจารณาข้ออื่นๆต่อไป

2.Roadmap ของหุ้น ICO เป็นอย่างไร

คำถามที่สองที่ผมตั้งเลยคือ ผมต้องรู้ Roadmap ของหุ้นตัวนั้น อย่างชัดเจน ว่ามีขั้นตอนการพัฒนา Project อย่างไร และสำคัญสุด มีกำหนดการวันเปิดให้ Token เข้าตลาด Exchange trade วันไหน หรือ Qไหนของปี

ผมพบว่า ราคาของ Token มักขยับไป ตามข่าวเสมอๆ โดยเฉพาะช่วงที่ Project เหรียญนั้นๆ มีการพัฒนาอะไรเพิ่มเติมขึ้นมา

3.ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หรือข้อมูลเป็นอย่างไร

คำถามที่สาม ที่ผมจะนำมาเป็นตัวพิจารณาลงทุนคือ ดูความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ อายุการจดโดเมน และ Hosting การออกแบบ มีจุด Bug เกิดขึ้นในเว็บหรือไม่

และอีกตัวหนึ่งที่เป็นทริกเลย คือ ผมจะสอบถามข้อมูลนิดหน่อยไปทาง contact เพื่อดูว่า เขามีการตอบรับกลับมาเป็นอย่างไร ดีไหม

ตรงนี้ ถ้าทางระบบทำได้ดี จะได้คะแนนจากผมไปมากทีเดียวครับ

4.ทีมผู้พัฒนาเป็นอย่างไร

ทีมผู้พัฒนา Token หรือ Project นั้นๆ เป็นอย่างไร มีความน่าเชื่อถือไหม การแต่งกาย ภาพที่ปรากฎ และที่สำคัญเลย ลองเช็คดูว่า สามารถกดเข้าไปดู Profile ที่ linkind ได้หรือไม่

ผมเคยอ่านบทความใน bitcointalk แล้วไปเจอกระทู้หนึ่งบอกว่า ถ้าคุณเจอทีมพัฒนาที่มาจากประเทศรัสเซีย ขอให้คุณจงระวังให้ดี

ตรงนี้ผมไม่ขอวิจารณ์นะครับ แต่ผมก็ระวังเหมือนกัน เวลาที่ทีมพัฒนาส่วนใหญ่เป็นคนรัสเซีย เพราะเราพบว่า Project ที่มักเปิดมาแล้วบินหนี มักมีคนรัสเซียเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทีมพัฒนา Token เสมอๆ

5.มีการพูดคุยที่ BitcoinTalk หรือไม่

โดยปกติแล้ว ผู้พัฒนาโปรเจ็คใดๆก็ตามขึ้นมา จะมีการนำไป Post ที่เว็บไซต์นี้เสมอครับ แล้วเราจะได้เห็นบรรดานักลงทุน ทั้งขาใหญ่ ขาเล็ก มาพูดคุยในข้อมูลเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เราสามารถเสพข้อมูล แล้วนำมาตัดสินใจได้

ผมสามารถจับ Project ที่หลอกลวง โกหกได้ ด้วยการอ่านข้อมูลจากที่นี่นั่นเองครับ ดังนั้น อย่าลืมใช้ข้อนี้เป็น 1 ในเกณฑ์พิจารณาเลือกลงทุนหุ้น ICO ด้วยนะครับ

ส่วนตัวของผมแล้ว ก็เลือกใช้แนวทางทั้ง 5 ข้อนี้ครับในการเลือกซื้อหุ้นดิจิตอลทั้งสิ้น ดังนั้นคุณก็สามารถนำไปใช้ได้เช่นกัน